CALL CENTER: 061-495-4915

โบท็อกซ์ (Botox) สวยเพชรฆาต…ความงามที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน!



โบท็อกซ์ (Botox) เมื่อได้ยินคำพูดคำนี้คงจะไม่มีคุณผู้หญิงท่านใดที่รักษาสวยรักงามไม่รู้เจ้าโบท็อกซ์จริงไหมละค่ะ ยิ่งปัจจุบันด้วยแล้วโบท็อกซ์ถือว่าเป็นที่แพร่หลายมากเลยทีเดียวค่ะ ยิ่งคุณคือหนึ่งในผู้ที่ไปเสริมสวยความงามตามคลินิคต่างๆ ด้วยแล้วก็ยิ่งจะได้ยินคำพูดคำว่า “โบท็อกซ์” นี้บ่อยกันเลยทีเดียวเชียวค่ะ แต่ โบท็อกซ์ (Botox) มีจุดกำเนิดอย่างไร และมีดีผลเสียข้างเคียงอย่างไรมาดูกันค่ะ

 

ปัจจุบันสารโบท็อกซ์ (Botox) นิยมอย่างมากในการทำหน้าวีเชฟหรือก็คือหน้าวี หน้าเรียว นั่นเองค่ะ และก็ยังใช้ฉีดเพื่อลบรอยตีนกาหรือรอยเหี่ยวย่นต่างๆ บนใบหน้าอีกด้วย แต่จะมีสักคนที่ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเรื่องสารตัวนี้กันก่อน

สารโบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร บอกเลยว่า เป็นสารชีวภาพชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกินโรคอาหารเป็นพิษนั่นเองค่ะ

ท็อกซิน ค้นพบโดนนานแพทย์ชาวเยอรมันชื่อ จัสทินัส เคอร์เนอร์ (Justinus Kerner)เมื่อปี 1817 ซึ่งสารตัวนี้เป็นอันตรายและส่งผลให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้เลยค่ะ การทำงานของสารตัวนี้จะะออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ชนิดหนึ่ง คือ อะซีทิลโคลีน (acetylcholine) มีผลทำให้กล้ามเนื้อไม่หดตัว

คุณผู้หญิงหลายท่านอาจจะกำลังเริ่มสงสัยว่า เมื่อมีอันตรายแล้วทำไมสารโบท็อกซ์ยังคงใช้ในการลบรอยเหี่ยวย่น แล้วทำไมยังสามารถลบรอยเหี่ยวย่นได้อีก นั้นก็เพราะว่า สารตัวนี้ทำให้กล้ามเนื้อไม่เคลื่อนไหวหรือก็คือเป็นอัมพาตไปนั่นเองจึงส่งผลให้ผิวกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นไม่เกินการเหี่ยวย่นได้นั่นเองค่ะ

ประโยชน์จริงๆ ของการนำ โบท็อกซ์ มาใช้นั่นก็คือ เพื่อใช้สำหรับรักษาอาการกระตุกของกล้ามเนื้อตา อาการตาเหล่หรือตาเข ตลอดไปจนถึงอาการปวดตึง ผิดธรรมดาของกล้ามเนื้อคอ โดยมีการอนุญาตให้ใช้ได้ในประเทศสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2532

การฉีดโบท็อกซ์นั้นจะเห็นผลได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 2-3 วันภายหลังจากการฉีด แต่จะไม่คงทนถาวร ซึ่งมีบางรายจะอยู่ได้ 3-6 เดือน และนานสุดถึง 8 เดือน และหากยังต้องการลบรอยย่นอีกก็คงต้องมีการฉีดซ้ำกันเรือยๆ โดยการฉีดจะต้องฉีดเฉพาะตรงที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเท่านั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของท็อกซินที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ข้อมูลที่คุณผู้หญิงหลายคนยังไม่ทราบนั่นก็คือ
1. การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลบรอยเหี่ยวย่นหรือรอยตีนกานั้นควรใช้กับคนที่มีอายุตั้ง 65 ปีขึ้นไปเท่านั้นไม่อย่างนั้นถือว่าผิดกฎหมาย
2. การดื่มแอลกอฮอล์อาจจะมีผลทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี หรืออาจแย่ไปกว่านั้นก็คือ ทำให้เกิดรอยแผลบริเวณตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์ได้อีกด้วย
3. อาจเกิดผลข้างเคียงในการฉีดโบท็อกซ์ได้เสมอ และมักจะเกิดกับคนไข้ราว 3-10 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นแล้วต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
4. การฉีดโบท็อกซ์ควรจฉีดในสถานประกอบการที่มีเครื่องมือพร้อมรับสถานะการเหตุฉุกเฉินได้ทุกเมื่อ

ผลข้างเคียงในการฉีดสารโบท็อกซ์

ปวดศีรษะ คลื่นไส้ คัน เจ็บคอ มีไข้ มีอาการคล้ายเป็นหวัด ไปจนถึงเกิดอาการเจ็บปวดและเกิดแผลช้ำบริเวณที่ฉีด เกิดอาการกล้ามเนื้อเปลือกตาหย่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เป็นต้น และในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดนั้นคือ การฉีดโบท็อกซ์ที่ผิดขนาดไปมากๆ อาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้เช่นกัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงานเว็บไซต์ gigail
เนื้อหาอ้างอิงจากเว็บไซต์ วิชาการ.คอม vcharkarn.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 

Health tips

CATEGORY

Free counters
Back to Top